แชร์

ประวัติวันสงกรานต์ เกิดขึ้นมาได้อย่างไร เกิดขึ้นเมื่อไร แล้วทำไมต้องมีการละเล่นสาดน้ำ

อัพเดทล่าสุด: 10 เม.ย. 2025
4127 ผู้เข้าชม

        ที่มาของชื่อ "สงกรานต์":คำว่า "สงกรานต์" มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า "การเคลื่อนย้าย" ซึ่งหมายถึงการเคลื่อนย้ายของพระอาทิตย์เข้าสู่ราศีเมษ อันเป็นช่วงเวลาที่ถือเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ตามปฏิทินสุริยคติไทยโบราณ
ประวัติความเป็นมา:ประเพณีสงกรานต์ได้รับอิทธิพลจากเทศกาลโฮลีของอินเดีย ซึ่งมีการสาดน้ำเพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดีและขอพร
ในประเทศไทย สงกรานต์แต่เดิมถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทยตามปฏิทินจันทรคติ ก่อนที่จะเปลี่ยนไปใช้วันที่ 1 มกราคมตามแบบสากลในปี พ.ศ. 2484

        โดยแต่เดิมวันสงกรานต์ไม่ระบุวันที่แน่นอน แต่จะคำนวณตามการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ คือเมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษเมื่อใด ก็ถือเป็นวันสงกรานต์
ต่อมาในปี พ.ศ. 2483 ได้มีการประกาศให้วันที่ 1 เมษายน ของทุกปีเป็นวันขึ้นปีใหม่ แต่ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นวันที่ 13,14 และ 15 เมษายน ดังเช่นปัจจุบัน

การละเล่นสาดน้ำ:การสาดน้ำในวันสงกรานต์มีหลายความหมายเป็นการแสดงความเคารพและขอพรจากผู้ใหญ่ โดยการรดน้ำลงบนมือของผู้ใหญ่ 

เป็นการปัดเป่าสิ่งไม่ดีและเสริมสิริมงคล
เป็นการคลายร้อนในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศร้อนที่สุดของปี และเป็นกิจกรรมที่สร้างความสนุกสนานและสามัคคีในชุมชน

 

วันสำคัญในเทศกาลสงกรานต์: วันที่ 13 เมษายน: วันมหาสงกรานต์

  • วันที่ 14 เมษายน: วันเนา
  • วันที่ 15 เมษายน: วันเถลิงศก

วันสงกรานต์จึงเป็นประเพณีที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมและสังคมไทย เป็นช่วงเวลาแห่งการแสดงความกตัญญู ความรัก ความปรารถนาดี และความสามัคคีในชุมชน

บทความที่เกี่ยวข้อง
เท้า: อวัยวะที่ถูกลืมในระบบสุขภาพไทย ทำไมเราตรวจฟันทุกปี แต่ไม่เคยตรวจเท้า?
ในยุคที่คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น การตรวจสุขภาพร่างกายประจำปีกลายเป็นเรื่องปกติของใครหลายคน เช่นเดียวกับการเข้ารับบริการทางทันตกรรมอย่างการขูดหินปูนที่สิทธิประกันสังคมและประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ต่างมอบให้เป็นสิทธิประโยชน์พื้นฐาน แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่า “เท้า” อวัยวะที่รับบทหนักแบกรับน้ำหนักตัวของเราไปทุกหนทุกแห่งตลอดชีวิต กลับถูกมองข้ามอย่างสิ้นเชิงในระบบการตรวจสุขภาพเชิงป้องกันของประเทศไทย
ถ้าโลกนี้ไม่มีรองเท้า
ลองจินตนาการดูสิครับ โลกที่เท้าของเราสัมผัสกับพื้นผิวโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นดินหินกรวดทราย หรือแม้แต่พื้นคอนกรีตที่ร้อนระอุ ความรู้สึกคงจะแตกต่างไปจากที่เราคุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง หากโลกนี้ไม่มีรองเท้า ชีวิตประจำวันของเราจะเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดไหน?
รองเท้าที่มีราคาสูงที่สุดในโลก
เนื่องจากเป็นของสะสมหายากหรือมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้